ร่องน้ำตา แก้ปัญหาไม่ให้ดูเศร้า !!

ใบหน้าดูแก่ สิ่งหนึ่งในนั้น เกิดจากร่องน้ำตา , ร่องน้ำตา อยู่ตรงไหน ? ให้เรามาดูรอยต่อระหว่างเปลือกตาล่ากับบริเวณแก้ม และมักจะเริ่มจากด้านใน ลากลงมา ออกด้านข้างถึงบริเวณกลางๆลูกตา


ถามว่าร่องน้ำตา พบเฉพาะในคนสูงอายุหรือไม่ , ตอบว่าไม่นะครับ อย่างคนอายุน้อยๆ ก็พบได้ ทำให้เรารู้มันน่าจะมีเกิดจากกายวิภาคเกิดการยึดเกาะกับเนื้อเยื้อรอบๆดวงตา ทำให้บางคนเกิดมา ก็มีติดตัวมาเลย

แต่สำคัญอีกอัน คือ "มันเปลี่ยนแปลงตามอายุได้เหมือนกัน"




อายุน้อยๆ ที่มีร่องน้ำตา บางวันถ้าพักผ่อนมาเยอะๆ ปกติ ก็จะไม่ค่อยเห็น แต่ถ้าหยีตา , ขมวดคิ้ว หรือแม้แต่วันที่ร้องไห้หนักมาก ก็อาจจะทำให้ร่องน้ำตากลับมาเห็นชัดได้









ถ้ามาดูกายวิภาคแถวๆร่องน้ำตา มันมีกล้ามเนื้อทั้งบนและล่างของรางนี้(ขอใช้คำว่า ราง แทนละกันนะครับ จะทำให้เห็นภาพชัดว่าคล้ายๆรางน้ำ และมีเนินดินอยู่ทั้งสองฝั่ง) ซึ่งกล้ามเนื้อนี้ ก็ยิ่งเพิ่มความชัดของร่องน้ำตาได้มากขึ้น ยิ่งถ้าสูงอายุ จะมีเห็นชัดมาถึงด้านข้างด้วย ซึ่งก็เกิดจากกล้ามเนื้อที่ยึดติดกับกระดูกด้านใต้มันเช่นเดียวกัน

และเมื่ออายุมากขึ้น สิ่งที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน คือร่องนี้จะยาวขึ้น ทำให้แยกระหว่าง ใต้ตา กับแก้มชัดมากขึ้น



ขอสรุปอีกที เพื่อให้เข้าใจได้ชัดเจนขึ้นครับ

  1. ร่องน้ำตาเกิดได้ทุกอายุ

  2. อายุมากขึ้น จะร่องยาวขึ้นมากขึ้น มาถึงโหนกแก้ม

  3. กล้ามเนื้อยึดระหว่างร่องขยับได้ง่าย ทำให้เห็นร่องลึกจากกล้ามเนื้อและการยึดติดกับกระดูกรอบเบ้าตา

  4. อาจจะมีผังผืดบางอันที่พบได้เฉพาะในบางคน แถวๆด้านในของร่องน้ำตา



ถ้าเราไล่ไปตามรางกล้ามเนื้อสองมัดนี้ ที่ทำให้เกิดร่องน้ำตา จากด้านในสุด รางกว้าง 8 ม.ม. และวิ่งไปเรื่อยๆถึงด้านนอกของเบ้าตา




แล้วทำไม พอสูงอายุขึ้น จึงเห็นร่องน้ำตาเยอะขึ้น เพราะ

  1. เพราะรางกล้ามเนื้อ และร่อง 8 ม.ม. อย่างที่บอกไป

  2. ความแตกต่างระหว่างผิวหนังรอบดวงตา ซึ่งคลำ , บางกว่า มีไขมันน้อยกว่า , ต่างกับผิวหนังใต้ร่องที่มีผิวหนังหนากว่า ไขมันเยอะกว่า ทำให้เห็นความแตกต่างระหว่าง 2 โซนนี้

  3. บางคนมีถุงไขมันห้อยออกมาอีก ทำให้ยิ่งเห็นเด่นชัดเข้าไปใหญ่


ประเมินก่อนผ่าตัด ก่อนทำผ่าตัด เรามาแบ่งเกรดระดับความรุนแรงของร่องนี้กันก่อนครับ

  • เกรด 1 เห็นน้อย , อาจจะไม่ต้องทำอะไร

  • เกรด 2 เริ่มเยอะขึ้น และอันนี้เริ่มมีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดแก้ไขแล้ว , ยกเว้นบางคนอาจจะยังไม่อยากผ่าตัด ก็ใช้วิธีรักษาแบบไม่ตอ้งผ่าตัดก่อน

  • เกรด 3 เกรด 3 และ 4 ถือเป็นข้อบ่งชี้ในการทำผ่าตัดแล้ว

  • เกรด 4








การรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด

เกรด 1 หรือ 2 เป็นไม่เยอะ อาจจะใช้เพียงฟิลเลอร์ หรือ โบท๊อกซ พอจะช่วยได้

การใช้ฟิลเลอร์ ก็เพื่อเติมเต็มในส่วนที่เป็นร่อง เนื้อที่เป็นหลุม เติมโวลุ่มที่หายไป ให้นูนขึ้นมาได้

ส่วนการใช้ โบท๊อกซ์ ก็เพื่อให้กล้ามเนื้อที่เป็นราง ทั้งบนและล่างอ่อนลง ทำให้ดูซอฟท์ขึ้น ซึ่งอาจจะพบช่วยได้กรณีที่เป็นร่องน้ำตาแต่เนินๆ ไม่ได้เป็นเยอะ ไม่ลึก เพราะถ้าเป็นเยอะ หรือเป็นลึก การใช้สองวิธีนี้ ดูจะไม่พอที่จะคลายกล้ามเนื้อ

แต่อย่างที่เรารู้ๆกันว่า ถ้าจะเลือกฟิลเลอร์ กลุ่ม ไฮยา (Hyarluronic acids ) มาใช้รอบๆดวงตา ก็ต้องระวังเรื่องผลแทรกซ้อนเป็นหลัก รวมถึงต้องเลือกกลุ่มที่สลายได้ด้วย (ห้ามใช้แบบสารถาวรเด็ดขาด)

และแน่นอนผู้ที่จะฉีด ก็ต้องเป็นผู้เชียวชาญ เพื่อไม่ให้ไปทำลายเส้นเลือด เส้นประสาท ซึ่งจะทำให้เกิดการผิดรูปของร่องน้ำตาได้

การฉีดฟิลเลอร์ มีทั้งแบบฉีดชั้นตื้น และชั้นลึก , ถ้าฉีดชั้นลึก ก็ควรฉีดไปทางด้านล่างกว่าร่องน้ำตา หน้ากระดูกเบ้าตา เพื่อเป็นการแก้ใบหน้าตอบในผู้สูงอายุบางคน (อายุมากขึ้น ทำให้กระดูกใบหน้าส่วนเบ้าตา โหนกแก้มยุบเล็กลงบางส่วน) และการเติมในชั้นลึกนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มโวลุ่ม ซึ่งแน่นอนว่าต้องใช้ปริมาณที่เยอะพอสมควร

ฟิลเลอร์ที่เลือกฉีด หมออาจจะเลือกแบบเข็มทู่( blunt cannula) เพื่อให้ทำลายเส้นเลือดน้อย และสารที่ฉีด ถ้าเหนียวหนืด จะเลือกฉีดในชั้นตื้น เพื่อไม่ให้คลำได้มากนัก

ถามว่าจะฉีดเหนือ หรือ ต่ำกว่า ร่องน้ำตา ? ต้องฉีดต่ำกว่าร่องน้ำตานะครับ เพราะถ้าไปฉีดเหนือร่องน้ำตา บางทีทำให้เห็นเป็นถุงน้ำตา ยิ่งดูแย่ขึ้นไปอีก , หลังฉีดอาจจะนวดคลึงเบาๆ เพื่อให้ดูเรียบ ซอฟท์ขึ้น

การใช้โบท๊อกซ์เป็นตัวเสริม โดยฉีดปริมาตร ครึ่งหนึ่งของที่ฉีดตีนกา และพวกนี้จะฉีดในชั้นตื้น ทั้งบนและล่างกว่าร่องน้ำตาครับ


การเติมไขมัน (Fat Grafting)

การเติมไขมัน สิ่งที่ต้องระวัง คือ การเป็นคลำได้ หรือเห็นเป็นก้อนๆ พร้อมด้วยเทคนิคการฉีดแบบใบพัด ในหลายๆชั้นไขมัน


เรามาดูผลจากการใช้วิธีไม่ผ่าตัด , โดยใช้ฟิลเลอร์ และโบท๊อกซ์กัน


อายุ 32 ปี , ร่องน้ำตา เกรด 2 , ฉีดเติม 0.6 ซี.ซี. ฟิลเลอร์ ภาพขวาหลัง 2 เดือน




อายุ 33 ปี เกรด 2 เหมือนกัน , ฉีดฟิลเลอร์ เห็นร่องน้ำตาตื้นขึ้นชัดเจน





อายุ 42 ปี เกรด 2 (แต่ดูมีถุงใต้ตาด้านขวาเยอะ) ฉีดฟิลเลอร์ ได้ผลค่อนข้างดีมาก ถุงใต้ตาดูจางลงด้วย




อายุ 62 ปี , ร่องน้ำตาเกรด 3 สังเกตุว่ากรณีนี้ คงต้องผ่าตัดแล้ว แต่คนไข้ยังไม่อยากผ่าตัด อยากฉีดฟิลเลอร์ ,ฉีด 1.4 ซี.ซี เพิ่มโวลุ่มโหนกแก้มด้วย ดูดีขึ้น แต่ยังเหลือร่องอยู่บ้าง



42ปี มีร่องน้ำตาเกรด 2 ฉีดทั้งฟิลเลอร์และเติมไขมัน ,สังเกตุว่าหลังเติมไขมันจะอยู่ได้นานกว่า , ภาพขวาหลัง 18 เดือน


การฉีดฟิลเลอร์ บางทีอาจจะโดนเส้นเลือดบริเวณร่องนี้ได้ ทำให้เขียวช้ำ แต่รอยเขียวช้ำ สักพักจะค่อยๆจางลงได้ครับ





กรณีปัญหาเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์พวกไฮยา Hyaluronic acid มากเกินไป เป็นก้อน แข็ง , มันก็มีตัวสลายได้ แต่ต้องระวัง ไม่ใช่พร่ำเพรือเกินไป เพราะมันจะสลายทุกยีห้อที่เป็นไฮยานะ

ส่วนปัญหาแทรกซ้อนอันหนึ่งที่พบไม่บ่อย แต่สำคัญมากๆ คือ มีผลกับการมองเห็น หรือแม้แต่ตาบอดจากการฉีดฟิลเลอร์ยังได้ (เข้าไปในเส้นเลือด Angular ) โดยหมอคนฉีดอาจจะต้องระวังโดยการไม่ฉีดแรงเกินไป หรือถ้าฉีดแล้วเกิดอาการปวด ก็รีบหยุดทันที




เส้นเลือดที่ต้องระวังตอนฉีดฟิลเลอร์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาผลแทรกซ้อนตาบอดได้














การทำผ่าตัดถุงใต้ตา ร่องน้ำตา

การผ่าตัดกรีดเก็บกล้ามเนื้อรองฐานตาเล็กน้อย , เข้าไปพยายามเลาะรางกล้ามเนื้อให้หลุดจากกระดูกโดยเฉพาะด้านใน ซึ่งจะทำให้หมอผ่าตัดเห็นกล้ามเนื้อมัดหนึ่ง ซึ่งแสดงว่าได้เลาะครบแล้ว จากรูป น่าจะดูยากหน่อยคับ แต่โดยปกติ จะเห็นตรงที่กรอบสีน้ำเงิน เพื่อบอกว่า รางกล้ามเนื้อนั้นได้หลุดไปแล้ว



และการเลาะผังผืด จะเลาะจากด้านใน ออกมาด้านนอกให้หมด โดยแน่นอนว่าการเลาะในขั้นตอนผ่าตัด จะต้องระวังเส้นประสาท และเส้นเลือดด้วย ตรงบริเวณนี้ อาจจะมีเส้นประสาที่ทำให้ชาๆแถวริมฝึปาก ซึ่งในช่วงแรก จะชาทุกราย เพราะต้องฉีดยาชาบริเวณนี้ แต่หลังจากนั้น จะค่อยๆดีขึ้น

เมื่อเลาะรางกล้ามเนื้อออก และยกขึ้นด้านบนแล้ว เราก็ต้องป้องกันไม่ให้ผังผืดพวกนี้กลับไปติดที่เดิม ซึ่งโดยมากมักจะใช้ไขมันในเบ้าตาที่เราจะต้องเอาออกอยู่แล้ว มาเย็บขั้นไว้หน่อยหนึ่ง อันนี้จะช่วยรองร่องน้ำตา และช่วยกลับมาเป็นซ้ำได้อีกด้วย

ถามว่าถุงไขมันทำยังไง , ก็มีได้หลายวิธี ขึ้นกับปริมาณไขมันมากน้อยแค่ไหน ถ้ามากๆ ก็อาจจะต้องเอาออกให้พอดี ไม่ให้เกิดการบุ๋มในอนาคต

จากนั้นจะยึดกล้ามเนื้อกับกระดูก เรียกว่าแขวนไว้ก็ได้ เพื่อให้หนังตาล่างถูกยึดให้ตึง ไม่กลับมาหย่อนง่าย




เลาะรางกล้ามเนื้อขึ้นแล้วทั้งหมด จะเห็นกล้ามเนื้อมัดล่าง และเส้นประสาท เส้นเลือด








คนไข้ 42 มีร่องน้ำตาเกรด 2 ทำผ่าตัดตาล่าง และย้ายไขมัน พร้อมทั้งยกแก้มกลาง ทำให้ดูรอบดวงตาดีขึ้น , ภาพขวา 4 ปี หลังจากตกแต่งตาล่าง


45ปี ร่องน้ำตาเกรด 4 ทำผ่าตัดตกแต่งถุงใต้ตา ย้ายไขมัน , ภาพขวาหลังทำ 9 เดือน


63ปี ร่องน้ำตาเกรด 3 , ทำผ่าตัดตาบน ยกคิ้ว และผ่าตัดถุงใต้ตา ย้ายไขมัน พร้อมทั้งเติมไขมันช่วงกลางแก้ม , หลังทำ 9 เดือน หน้าดูอ่อนวัยขึ้น สดใสขึ้น


ผลแทรกซ้อนหลังทำที่อาจพบได้

หลังทำผ่าตัดทุกอย่าง สามารถเกิดผลแทรกซ้อนได้ เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ การติดต่อสือสารระหว่างแพทย์กับคนไข้ หมอถือว่าสำคัญมาก และโดยเฉพาะปัจจุบัน การมีไลน์ เฟส ทำให้สามารถติดต่อสือสารกันได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้แก้ปัญหาให้ทันทวงทีครับ

ปัญหาเช่นภาวะเลือดออกใต้ตาบริเวณที่ทำผ่าตัด ซึ่งการป้องกันอันดับแรกคือการประคบเย็น ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมากในช่วง 3 วันแรก

ตาแหก หนังตาน้อย ต้องระวังในคนที่เคยทำผ่าตัดมาก่อน หรือมีส่วนซับพอตกล้ามเนื้อด้านหางตาน้อยเกินไป ทำให้ตาห้อยลงมาได้ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ที่วิเคราะห์คนไข้ตั้งแต่ก่อนทำผ่าตัด รวมถึงหลังทำผ่าตัด ต้องพยายามดูแล ไม่ก้มหน้ามากเกินไป ทำให้น้ำหนักยาชาที่บวม มีผลทำให้เปลือกตาล่างห้อยลงมาได้

การที่่หนังตาจะหดลงมา อาจจะพบในคนที่เคยมีปัญหาเลือดออกมา และมักจะพบได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 1 ถึง 3 เดือน ซึ่งช่วงนี้อาจจมีวิธีป้องกันต่างๆ เช่นไม่ก้มหน้าเยอะ ,นวดขึ้นบ่อยๆ ก็ทำให้ดีขึ้นได้ แต่ช่วงแรกนี้ ควรจะติดตามการรักษากับแพทย์เป็นระยะครับ




Reference

  1. Aesthetic Plastic Surgery in Asian


43 views0 comments

Recent Posts

See All

ผ่าตัดลดขนาดหน้าอก และกระชับหน้าอก

ปัญหาของหน้าอกใหญ่ ไม่ใช่เพียงขนาดและน้ำหนักของหน้าอก ที่มีผลต่ออาการปวดหลัง ปวดคอเท่านั้น และบางคน อาจจะเกิดแผลถ่วงรั้งของขอบเสื้อใน หรือบริเวณใต้ฐานนมเกิดแผลอับชื้นได้ บางคนอาจจะมีปัญหาทางจิตใจ เพรา